รมว.คลังยันโยกปลัดคลังช่วยงานสำคัญประเทศ

รมว.คลังเผยยังไม่ได้พบ-พูดคุย “สมชัย สัจจพงษ์” ยืนยันการโยกย้ายปลัดคลังต้องการให้ไปช่วยงานสำคัญของประเทศ ส่วนปลัดคลังส่งไลน์ขอบคุณสื่อกระทรวงการคลัง

นายอภิศักดิ์ ตันติวรวงศ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า ขณะนี้ยังไม่ได้พบกับนายสมชัย สัจจพงษ์ ปลัดกระทรวงการคลัง และยังไม่ได้พูดคุยกันในเรื่องการลาออก ซึ่งในช่วงก่อนหน้าที่จะมีมติโยกย้ายนั้น ได้แจ้งให้ปลัดกระทรวงการคลังทราบก่อนแล้ว เนื่องจากตำแหน่งใหม่มีความสำคัญต่อระบบเศรษฐกิจประเทศ ซึ่งปลัดไม่ได้คัดค้านแต่อย่างใด ส่วนจะเสนอชื่อปลัดกระทรวงการคลังคนใหม่นั้น คาดว่าจะเป็นช่วงหลังเทศกาลสงกรานต์

ด้านสมชัย ได้ส่งข้อความผ่านทางไลน์กลุ่มผู้สื่อข่าวกระทรวงการคลังในช่วงเช้าที่ผ่านมา ว่า พี่อู้ขอขอบคุณน้อง ๆ ทุกคนที่ทำให้ชีวิตการรับราชการพี่มีความสุขตลอด 28 ปีที่ผ่านมา สิ่งที่น้อง ๆ ได้สะท้อนต่อสาธารณะ ทำให้กระทรวงการคลังมีบทบาทต่อชีวิตของคนไทยทั้งชาติ ดีใจที่ครั้งหนึ่งในชีวิตได้ร่วมทำงานกับน้อง ๆ ซึ่งหลายคนในราชการไม่เคยได้มีโอกาสอย่างพี่ พี่มีความสุขครับและจะจำความสุขนี้ในใจตลอดไปขอบคุณในมิตรภาพที่ดีที่มีต่อพี่ครับ รักครับ

นายธนวรรธน์ พลวิชัย ผู้อำนวยการ ศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เปิดเผยถึงกรณีที่นายสมชัย ลาออกจากตำแหน่ง หลังจากถูกโยกย้ายไปดำรงตำแหน่งเลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ หรือ สศช. ว่า การทำงานของนายสมชัย ที่ดำรงตำแหน่งปลัดกระทรวงการคลังมาประมาณ 2 ปี 8 เดือน นั้น ถือว่าทำงานได้อย่างสมบูรณ์แบบ เพราะนายสมชัยมีคุณสมบัติที่ครบถ้วน ทั้งด้านปฏิบัติและการออกนโยบาย ตั้งแต่ดำรงตำแหน่งเป็นผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง หรือ สศค. และอธิบดีกรมศุลกากร จนถึงปลัดกระทรวงการคลัง

อย่างไรก็ตาม แม้ขณะนี้ยังไม่มีบุคคลมาดำรงตำแหน่งปลัดกระทรวงการคลัง และเลขาธิการ สศช. แต่เชื่อว่าจะไม่มีผลกระทบต่อการดำเนินนโยบายในภาพรวม เพราะที่ผ่านมามีการวางโครงสร้างและยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปีอย่างชัดเจน มีคณะกรรมการปฎิรูป 11 ด้าน และหน่วยงานต่าง ๆ ได้ร่วมกันทำงานปฏิรูป โดยเฉพาะเศรษฐกิจมีความคืบหน้ามากที่สุด ทั้งเศรษฐกิจดิจิทัล การปรับอันดับความยากง่ายของประเทศที่น่าลงทุน เพิ่มขึ้นจากอันดับที่ 46 เป็น 26 รวมทั้งดัชนีการต่อต้านคอร์รัปชั่นปรับตัวดีขึ้นอย่างชัดเจน ซึ่งหากสรรหาข้าราชการมาดำรงตำแหน่งทั้ง 2 ตำแหน่งได้ ก็สามารถขับเคลื่อนและเดินหน้านโยบายต่อได้ทันที โดยคาดว่าภายใน 1 เดือนน่าจะหาผู้ที่เหมาะสมได้ .- สำนักข่าวไทย